การตั้งชื่อที่ควรรู้

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการตั้งชื่อ
(1) สามจุดสำคัญที่ต้องระวังในการใช้ตัวอักษร
รูปแบบเสียงและความหมายของตัวอักษรเป็นสามองค์ประกอบหลักในการสร้างสรรค์ตัวอักษร ดังนั้นการเลือกใช้ตัวอักษรจึงต้องพิจารณาทั้งหมด

โดยเฉพาะอย่างยิ่งความหมายของคำที่สำคัญมาก เพราะมันเป็นการแสดงออกถึงอารมณ์หรือความรู้สึกของบุคคล สถานการณ์ หรือสิ่งของนั้น ๆ ต่อไปคือเสียงของคำ เพราะการเล่นเสียงมักจะนำไปสู่เรื่องตลกและเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น “ชือหาน” อาจฟังดูเหมือน “ศพหนาว”; “ฮุ่ยถิง” อาจฟังดูเหมือน “จะหยุด”; “อู๋หยง” เท่ากับ “ไม่มีประโยชน์”; “เซียนหยู่” เท่ากับ “ปลาเค็ม”; …
(2) การตั้งชื่อก็เหมือนการเขียนเรียงความ ต้องตรงประเด็น
ทุกคนเห็นหัวข้อนี้ อาจจะคิดว่ามันตลก การตั้งชื่อเกี่ยวอะไรกับการเขียนเรียงความ? จริง ๆ แล้วคุณอาจรู้เพียงบางส่วน แต่ไม่รู้ทั้งหมด กรุณาฟังฉันเล่าให้ฟังอย่างช้า ๆ คุณจะเข้าใจ เช่น หากตั้งชื่อเรือประมง ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของเรือประมงคืออะไร คือหวังว่าจะได้จับปลาเต็มเรือ ดังนั้นจึงตั้งชื่อว่า “มั่นคงปลอดภัย” ซึ่งตรงตามหัวข้อ หากตั้งชื่อเรือยอร์ช ต้องเข้าใจวัตถุประสงค์ของเรือยอร์ชคือเพื่อความสนุกสนานในการท่องเที่ยว ดังนั้นจึงตั้งชื่อว่า “สุขสบาย” ซึ่งตรงตามหัวข้อ
หากตั้งชื่อโรงเรียนกวดวิชา ต้องเข้าใจว่าการกวดวิชามีวัตถุประสงค์เพื่อให้การเรียนดีขึ้น คะแนนสูงขึ้น ดังนั้นจึงตั้งชื่อว่า “เรียนดีเร็วขึ้น” ซึ่งตรงตามหัวข้อ หากตั้งชื่อโรงเรียนฝึกอบรมทักษะ ต้องเข้าใจว่าการฝึกอบรมมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ทักษะดีขึ้น ฝีมือเยี่ยม ดังนั้นจึงตั้งชื่อว่า “ทักษะยอดเยี่ยม” ซึ่งตรงตามหัวข้อ หากตั้งชื่อบ้านพักคนชรา ต้องเข้าใจว่าบ้านพักคนชรามีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้สูงอายุได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงตั้งชื่อว่า “บ้านอบอุ่น” ซึ่งตรงตามหัวข้อ

(3) เทคนิคในการหาหัวข้อเมื่อไม่มีหัวข้อ
เมื่อมีการตั้งชื่อเด็กแรกเกิด ฉันจะถามพ่อแม่เกี่ยวกับความหวังที่มีต่อเด็กคนนี้ เพราะเด็กคือผลสะท้อนของความหวังของพ่อแม่ หากเป็นเพื่อนที่ต้องการเปลี่ยนชื่อ ฉันจะถามถึงเหตุผลในการเปลี่ยนและความหวังในตัวเอง นี่จะทำให้หาหัวข้อได้ง่ายขึ้น หากเจอลูกค้าที่ยอมรับได้ทุกอย่าง ก็สามารถใช้จุดด้อยในดวงดาวมาเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งเป็นคำขวัญเพื่อเตือนตนเองตลอดชีวิตก็เป็นแนวทางที่ดี นอกจากนี้ ความฝันหรือความทรงจำก็สามารถใช้เป็นแนวทางได้ เช่น ฝันเห็นกินรีบินได้ ตั้งชื่อว่า “เซียงชี”; หรือคิดถึงไต้หวัน ตั้งชื่อว่า “คิดถึงไต้หวัน”