ปัญหาที่เกี่ยวข้องกับการบีบจิตวิญญาณ
ผู้ที่มีจิตวิญญาณแต่กำเนิด มักจะมีหน้าที่หรือพรสวรรค์บางอย่าง ผู้ที่มีคุณสมบัติเป็นสื่อกลางก็เช่นกัน แต่ร่างกายไม่รู้เรื่องนี้ จิตวิญญาณจึงกังวลว่าหลังจากร่างกายผ่านไปแล้ว จะไม่สามารถกลับไปยังโลกจิตเพื่อรายงานได้
ดังนั้นมันจึงบีบร่างกาย ในด้านการเงิน อาชีพ ครอบครัว สุขภาพ ฯลฯ “สร้างสถานการณ์” ทำให้ร่างกายต้องเผชิญกับความไม่ราบรื่นหรือไม่มีทางออก ผู้คนจึงต้องไปขอพรจากเทพเจ้า หาความจริง และเข้าใจหน้าที่และพรสวรรค์ของตน นี่คือการบีบร่างกาย!
ปรากฏการณ์การบีบร่างกายนั้น มีบางส่วนคล้ายกับการถูกผีเข้าครอบงำ เช่นในด้านโชคลาภและสุขภาพ… ดังนั้นผู้ที่ถูกผีเข้าครอบงำเป็นเวลานานและยังประสบกับการบีบร่างกาย ก็จะยิ่งแย่ลง เพราะเมื่อจิตวิญญาณฟื้นคืนชีพ จิตต้องการพัฒนา แต่ร่างกายไม่รู้ว่าจะพัฒนาอย่างไร ทำให้เกิดความไม่สมดุล ร่างกายจึงค่อยๆ ไม่สามารถรองรับความกระตือรือร้นในการศึกษาของจิตวิญญาณได้
จากประสบการณ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผู้ที่ฝึกฝนทางจิตวิญญาณบางส่วนมีปรากฏการณ์การบีบร่างกาย นั่นคือ ร่างกายไม่ค่อยดี และเมื่อไปหาหมอก็ไม่ได้ผล หลังจากผ่านกระบวนการที่มีผู้ดูแลที่มีอำนาจช่วยปลุกจิตและฝึกฝนร่างกายแล้ว ร่างกายจะได้รับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์
คุณสมบัติทางจิตวิญญาณ… ตามชื่อเรียกว่าเป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนถึงจิตในร่าง… คุณสมบัติทางจิตวิญญาณ เป็นพื้นฐานแต่กำเนิด การฝึกฝนหลายชาติภพ… ในชีวิตนี้ถึงจะมีคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ…
คุณสมบัติทางจิตวิญญาณ.. เป็นแรงกระตุ้นในการฝึกปฏิบัติที่ดี.. สามารถสัมผัสกับมิติอื่นได้ง่ายกว่า คนทั่วไป… ต้องเข้าสู่กระบวนการฝึกปฏิบัติ… เพื่อหลีกเลี่ยงความยุ่งยากที่เกิดจากคุณสมบัติทางจิตวิญญาณ…
“การบีบร่าง” จะมีลักษณะเฉพาะหลายประการ
1. มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดหัวเรื้อรัง ซึ่งจะทำให้ผู้ประสบภัยต้องเผชิญกับปัญหาเกี่ยวกับศีรษะอยู่เสมอ
2. บุคลิกของผู้ประสบภัยส่วนใหญ่จะเป็นคนใจร้อน ไม่สงบนิ่ง หรือเป็นคนที่ง่ายต่อความโกรธหรือโมโห
3. มีอาการซึมเศร้า อึดอัด และรู้สึกไม่สบายใจ
4. อาชีพไม่รุ่งเรือง ครอบครัวไม่มีความสามัคคี สามีกับภรรยาไม่มีความสุข ความรักไม่ลงตัว
ไม่ว่าจะเป็นการฝึกในชีวิตประจำวันหรือในศาสนา ขอเพียงสามารถทำให้ใจสงบนิ่งและสร้างนิสัยดีๆ ก็ถือว่าเป็นการฝึกปฏิบัติที่ดีแล้ว
ตอนนี้คนจำนวนมากกำลังศึกษาเรื่องทางจิตวิทยา แต่ก็ยังมีหลายคนไม่รู้ว่าต้องศึกษาสิ่งใด บางคนก็เดินตามวัดต่างๆ ไปทั่ว หากไม่มีแนวทางในการฝึกปฏิบัติอย่างถูกต้อง
สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย บางคนยังนำเอาจิตวิณาญภายนอกกลับมา (เรียกว่า “ติดผีภายนอก”) (ส่วน “ติดผีภายใน” หมายถึงติดอยู่กับดวงชาตา วิถีแห่งกรรม) ทำให้เกิดความเจ็บปวดทั้งในด้านร่างกายและจิตใจ ทำให้เส้นทางแห่งการศึกษาทางด้านนี้ยากขึ้น!
การศึกษาไม่ได้หมายถึงเพื่อแสวงหาพลังเหนือธรรมชาติ หรือเพราะว่าคุณกำลังศึกษาอยู่ ทุกอย่างจะดีขึ้น นี่คือความคิดทั่วไปของผู้ศึกษาทางด้านนี้ แต่เมื่อทุกอย่างไม่ได้ดังใจหวัง ในเวลานั้นก็จะหยุดเรียนรู้ เพราะคิดว่าการศึกษาไม่ได้ผลตอบแทนอะไร ทำให้เกิดความรู้สึกถอดถอน ไม่อยากเรียนอีกต่อไป สิ่งที่เรียกว่า การศึกษา คือ การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด ทำให้ครอบครัวสมบูรณ์ ดูแลพ่อแม่ด้วยความเคารพ สามีกับภรรยามีกันและกัน สอนลูกชายลูกสาวให้อยู่ร่วมกันอย่างสง่า (ก่อนที่จะทำให้โลกมนุษย์เต็มเปี่ยม) จากนั้นช่วยเหลือเหล่าบรรพบุรุษทั้งเก้าชั่วอายุคน สั่งสมบุ๋นสร้างบุญ แก้ไขเวรกัน … นี่คือแนวทางในการศึกษาในระดับสูงที่สุด….
เป้าหมายสูงสุดของการศึกษาทางด้านนี้คืออะไร? คือ การฟื้นฟูใจและนิสัย การรักษาสุขภาพของร่างกายนั่นเอง ขอเพียงสามารถแก้ไขโรคภัยไข้เจ็บได้ นี่คือสิ่งที่เราได้รับมากที่สุดจากการศึกษาทางด้านนี้ หากสุขภาพของคุณยังคงแย่ แม้ว่าคุณจะสัมผัสได้ถึงสิ่งต่างๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรเลย?
if you can apply the teachings and principles learned into daily life and conduct; and truly enter into “Deep Hidden Practice”, which aims to cut off all karmic ties from past lives, and gradually purify, evolve, and elevate your spirit. To cut off all karmic ties from past lives is called “Physical Karma Resolution”, while gradually evolving and elevating your spirit is called “Spiritual Liberation”!
Dedicated to helping oneself achieve complete physical “Karma Resolution” and ultimate spiritual “Liberation”, that is the true purpose of practice. To completely resolve one’s “physical karma”~ Only by reaching a pure and untainted state can one’s “spiritual body” completely escape the cycle of reincarnation in the three realms and six paths, thus truly returning to the source!
โดย-ภูเขาฟีนิกซ์ วัดฉือฮวง
ใส่ความเห็น
คุณต้องเข้าสู่ระบบ เพื่อจะพิมพ์ความเห็น