靈識初醒(36)
ทางอยู่ที่การตระหนักรู้ ชีวิตคือทาง ทางไม่แยกจากชีวิต หากแยกจากชีวิตแล้วพูดถึงทาง พูดถึงความลึกลับ พูดถึงเทพและผี นั่นไม่ใช่ทางที่เป็นจริง คอนฟูซิอุสเคยกล่าวว่า ให้เคารพเทพและผี แต่ให้ห่างไกลจากพวกเขา คำพูดของคอนฟูซิอุสเกี่ยวกับเทพและผี ไม่ได้หมายความว่าไม่มีความเชื่อในตัวพวกเขา แต่คือการมีใจที่กลัวและเคารพ พวกเขาจะมองไม่เห็น จะได้ยินไม่ชัดเจน จะสัมผัสไม่ได้ และทางของเทพและผีก็เป็นสิ่งที่ล่องลอยและลึกลับ ไม่ใช่สิ่งที่สามารถเห็นได้ในชีวิตประจำวัน และก็ไม่ใช่สิ่งที่คนทั่วไปสามารถเห็นได้
ในชีวิตประจำวัน เราขอพรจากเทพเจ้าหรือพระพุทธเจ้าเพื่อให้จิตใจสงบ เพื่อให้ร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณมีที่ยึดเหนี่ยว การเคารพบูชาเทพเจ้าหรือพระพุทธเจ้า ไม่ใช่เพราะเชื่อในเวทมนตร์หรืออำนาจเหนือธรรมชาติ แต่คือการเคารพในคุณธรรมและจริยธรรมของพระองค์ ความเมตตาที่ช่วยเหลือโลก ด้วยใจของเราเชื่อมโยงกับใจของพระพุทธเจ้า การปฏิบัติหากพูดถึงความลึกลับเพื่อเข้าถึงอำนาจเหนือธรรมชาติก็เป็นเรื่องที่ทำได้ ในชีวิตประจำวันเราควรปฏิบัติตามข้อมูลจากจักรวาลเป็นแนวทาง หากออกห่างจากวิถีชีวิตแล้วเข้าไปสู่ทางของเทพและผี ผู้ที่เริ่มมีสติสัมปชัญญะจะมีความไวต่อสิ่งต่าง ๆ ใจไม่มั่นคง ไม่มีปัญญา หากใจรู้สึกอะไร ก็จะใช้จิตสำนึกแยกแยะสร้างโลกแห่งภาพมายาของตนเอง ติดอยู่ในโคลนโดยไม่รู้ตัว จากสิ่งที่รู้สึกนั้น เราจะตอบสนองต่อคน สถานการณ์ และสิ่งต่าง ๆ รอบตัวเรา ชีวิตของเราจะได้รับประโยชน์มากเพียงใด? สามารถแก้ไขอุปสรรค ความทุกข์ และความกดดันในชีวิตได้มากเพียงใด? คุณพูดอะไรออกไป มีคนจำนวนเท่าไหร่ที่จะรับฟังสิ่งที่คุณรู้สึก? เพียงทำให้ตัวเองไม่สงบ ไม่มั่นคงมากขึ้น สงสัยมากขึ้น ความทุกข์และความกดดันหนักหน่วงขึ้น นี่คือการพูดถึงความลึกลับ การพูดถึงเทพและผี การปฏิบัติวิธีนี้ ทำให้หลงผิดทั้งตัวเองและคนอื่น นี่คือการค้นหาทางนอกใจ ในพระคัมภีร์กล่าวว่า ใจของเราเองคือทาง อย่าไปค้นหาทางอื่นนอกใจ ชีวิตมีค่าที่จะรู้จักต้นกำเนิด ทำหน้าที่ตามต้นกำเนิด เมื่อฐานตั้งมั่น ทางก็จะเกิดขึ้น กลับคืนสู่วิถีเดิม สิ่งสำคัญที่สุดคือการทำให้ใจแจ่มแจ้ง เมื่อใจแจ่มแจ้ง ทางก็จะปรากฏขึ้น